หลักการทำ SEO คืออะไร

การทำ SEO คือ การผลักดันเว็บไซต์เราให้ติดหน้าแรกหรือ หน้า1-10 บนgoogle เวลาค้นหาบนกูเกิล ด้วยคีย์เวิร์ดที่เราทำแล้วต้องการให้เว็บแสดงผล โดยไม่ใช้การลงโฆษณาหวังผลระยะยาว และต้องทำด้วยกระบวนการต่างๆ ในรูปแบบที่ Google ชอบมีดังนี้

1) On site optimization

On-page SEO (การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา) หมายถึงกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพหน้าในเว็บไซต์ของคุณเพื่อปรับปรุงอันดับและประสบการณ์ของผู้ใช้

นี่คือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ SEO นอกหน้า ซึ่งหมายถึงการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับองค์ประกอบภายนอกไซต์ของคุณ ซึ่งอาจรวมถึงลิงก์ย้อนกลับหรือการกล่าวถึงในโซเชียลมีเดีย องค์ประกอบของ SEO บนหน้าประกอบด้วย

  • แท็กชื่อ
  • ลิงค์ภายใน
  • โค้ด HTML
  • การเพิ่มประสิทธิภาพ URL
  • เนื้อหาในหน้า
  • รูปภาพ
  • ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX)

2)Page loads FAST

Google ได้ระบุว่าความเร็วไซต์ (และด้วยเหตุนี้ ความเร็วหน้าเว็บ) เป็นหนึ่งในสัญญาณที่อัลกอริทึมใช้ในการจัดอันดับหน้าเว็บ และการวิจัยพบว่า Google อาจวัดเวลาเป็นไบต์แรกโดยเฉพาะเหมือนกับเมื่อพิจารณาถึงความเร็วของหน้าเว็บ นอกจากนี้ ความเร็วของหน้าเว็บที่ช้าหมายความว่าเสิร์ชเอ็นจิ้นสามารถรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บได้น้อยลงโดยใช้งบประมาณการรวบรวมข้อมูลที่จัดสรรไว้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการจัดทำดัชนีของคุณ

ความเร็วของหน้าก็มีความสำคัญต่อประสบการณ์ของผู้ใช้เช่นกัน หน้าเว็บที่มีเวลาในการโหลดนานขึ้นมักจะมีอัตราตีกลับที่สูงขึ้นและเวลาเฉลี่ยบนหน้าเว็บที่ต่ำกว่า เวลาในการโหลดนานขึ้นยังส่งผลเสียต่อ Conversion

3)Use SEO-Friendly URLs

เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพทุกหน้าเว็บรอบ ๆ คำหลักหนึ่งคำ และควรรวมคำหลักนี้ไว้ใน URL สิ่งสำคัญคือต้องใส่คำหลักที่สำคัญที่สุดไว้ที่จุดเริ่มต้นของ URLเนื่องจากสไปเดอร์ของเครื่องมือค้นหาไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำที่ส่วนท้ายของ URL มากนัก จำไว้ว่าอย่าใช้คำหลักมากเกินไป เครื่องมือค้นหารู้จักการบรรจุคำหลักและจะลงโทษเว็บไซต์ของคุณสำหรับการกระทำเหล่านั้น

4)Use Responsive Design

การสร้างหน้าเว็บที่ไม่สามารถปรับขนาดได้ด้วยการตั้งค่าความกว้างคงที่ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน ที่นำไปสู่แถบเลื่อนบนอุปกรณ์แคบและพื้นที่ว่างบนหน้าจอกว้างมากเกินไปการออกแบบเว็บที่ตอบสนองตามอุปกรณ์หรือ RWD เป็นแนวทางการออกแบบที่เน้นช่วงของอุปกรณ์และขนาดอุปกรณ์ ทำให้สามารถปรับให้เข้ากับหน้าจอได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะดูเนื้อหาบน แท็บเล็ต โทรศัพท์ เดสท๊อป หรือนาฬิกาการออกแบบเว็บที่ตอบสนองตามอุปกรณ์ไม่ใช่เทคโนโลยีที่แยกจากกัน แต่เป็นแนวทาง เป็นคำที่ใช้อธิบายชุดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ใช้ในการสร้างเลย์เอาต์ที่ตอบสนองต่ออุปกรณ์ที่ใช้ดูเนื้อหาได้

5)Internal Links & Outbound Links
6)Image Optimization
7)Social media signals
8)Long-form content