ข้อควรรู้! ในการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์เล็กทรอนิกส์?

ในยุคที่ e-Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเห็นว่ามีธุรกิจออนไลน์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และสิ่งหนึ่งที่ธุรกิจเหล่านี้ต้องทำให้ถูกต้อง นั่นคือ การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือจากการมีสถานะตัวตนทางกฎหมายและยังสามารถสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี หลังจากที่ทําเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยพร้อมขายออนไลน์ ผู้ประกอบการจะมีเวลาในการยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันเริ่มประกอบการ

ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ไหน?

ผู้ประกอบการสามารถทำการยื่นจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ ณ สถานที่ ดังนี้

– เขตกรุงเทพฯ ให้ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ ฝ่ายปกครอง สํานักงานเขต 50 เขต (ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ) หรือ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ศาลาว่าการ กทม. (ครอบคลุมทั้ง 50 เขต)

– จังหวัดอื่นๆ ให้ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์ ณ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตําบล (ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ)

เอกสารสำหรับใช้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมให้พร้อม อย่าให้ขาดตกบ่งพร่อง นั่นคือ เรื่องของเอกสารต่างๆ ซึ่งในการยื่นจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องใช้เอกสารดังนี้

1.สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ

2.แบบคําขอจดทะเบียนพาณิชย์ แบบ ทพ. ดาวน์โหลดแบบ ทพ.

3.รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ เอกสารประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรอก 1 ใบ ต่อ 1 เว็บไซต์ (ดาวน์โหลดเอกสารแนบแบบ ทพ.)

4.Print หน้าแรกของร้านค้าออนไลน์ สินค้า/บริการที่ประกอบพาณิชยกิจ และวิธีการสั่งซื้อสินค้า/บริการ วิธีการชําระเงิน วิธีการส่งสินค้า

5.วาดแผนที่ตั้งร้านค้า

6.หนังสือรับรองการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (กรณีจดในนามนิติบุคคล)

7.หนังสือมอบอํานาจ พร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสําเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอํานาจ (กรณีมอบอํานาจ) ดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจ

กรณีผู้ประกอบการมิได้เป็นเจ้าบ้าน (เอกสารเพิ่มเติม)

1) หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่หรือสัญญาเช่า

2) สําเนาบัตรประชาชนเจ้าของสถานที่ พร้อมสําเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารสิทธิ์ที่แสดงว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

ที่มา: https://www.dbd.go.th